ถั่งเช่าเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วยสารธรรมชาติ สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์และ HIV ลดผลข้างเคียงคีโม ลดการกระจายของมะเร็ง

newCordy-HIV

ถั่งเช่าเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วยสารธรรมชาติ สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์และ HIV ลดผลข้างเคียงคีโม ลดการกระจายของมะเร็ง

ถั่งเช่าสีทองคืออะไร

ถั่งเช่าสีทอง (Cordyceps Militaris) เป็นเห็ดที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ถูกใช้เป็นยาสมุนไพรอย่างแพร่หลายในประเทศจีนนานนับศตวรรษ พบได้ในพื้นที่อุณหภูมิค่อนข้างเย็น โดยคุณสมบัติที่โดดเด่นของถั่งเช่าสีทองนั้นก็คือ การที่มีสารออกฤทธิ์มากกว่า ถั่งเช่าธิเบตมาก ดังนั้นจึงสามารถใช้ในการบำรุงร่างกายได้มากกว่า

ผลงานการวิจัยของ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโส(เห็ด) องค์การสหประชาชาติ ปี พ.ศ. 2524-2548 ได้กล่าวว่า “เห็ดถั่งเฉ่าสีทอง ก็เหมือนเห็ดถั่งเฉ่าแท้ แต่ไม่ได้เกิดในระดับสูงกว่าน้ำทะเล และมันโตไวกว่า เพาะได้ง่ายกว่ามีสารคอร์ไดซิปิน(Cordycepin) สูงกว่า เดี๋ยวนี้ทั้งโลกก็หันมาเพาะเห็ดถั่งเฉ่าสีทอง”

ความสามารถของถั่งเช่าเพิ่มภูมิคุ้มกัน

เพิ่มการทำงานของ NK Cell 74%

ถั่งเช่ามีความสามารถที่จะช่วยเพิ่มการทำงานของ NK cell (เซลล์เม็ดเลือดขาวเพชฌฆาต) ให้เพิ่มมากขึ้นถึง 74% และเพิ่มความสามารถของ NK cell (เซลล์เม็ดเลือดขาวเพชฌฆาต) ในผู้ป่วยโรคลูคีเมียถึง 400%

เพิ่มการแพร่กระจายตัวของระบบภูมิคุ้มกัน

ถั่งเช่าสีทองช่วยเพิ่มการแพร่กระจายตัวของระบบภูมิคุ้มกัน (splenocyte), ช่วยเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน Corticosterone (เป็นฮอร์โมนที่มีส่วนช่วยในการควบคุมการใช้พลังงานและปฏิกิริยาตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน)

เพิ่มจำนวน CD4 และ CD8 ในร่างกาย

ถั่งเช่ามีความสามารถในการช่วยเพิ่มการทำงานของ CD4 และ CD8 ขึ้นมาจากปกติได้

ข้อมูลงานวิจัยถั่งเช่าและการเพิ่มประสิทธิ์ภาพระบบภูมิคุ้มกัน

เพิ่มภูมิคุ้มกันของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพชฌฆาต (NK cells)

มีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนเรื่องถั่งเช่าช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ถั่งเช่าช่วยเพิ่มการทำงานของภูมิคุ้มกันตัวเองของ NK cells (เซลล์เม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตที่มีหน้าที่ในการทำลายเชื้อโรคแปลกปลอม) ร่างกายของเรานั้นจะมีความสามารถในการสู้กับเชื้อโรคและมะเร็งต่างๆได้ดีขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของ Natural Killer (NK) Cells ระบบนี้เป็นระบบป้องกันตนเองที่มีความสำคัญมากหรือที่เราจะรู้จักกันในชื่อของระบบภูมิคุ้มกัน

มีหลากหลายการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของถั่งเช่าที่เกี่ยวข้องกับ Natural Killer (NK) cells และโรคมะเร็งพบว่าในการทดลองใส่ถั่งเช่าเข้าไปในหลอดทดลองพบว่าได้มีการเพิ่มการทำงานของ NK cell activity ในผู้ป่วยโรคลูคีเมียอย่างมีนัยยะสำคัญ ในการวิจัยของ Liu C, Lu S, Ji MR, Xie Y. effects of Cordyceps sinensis on in-vitro natural killer cells

จากงานวิจัยของ Chinese J Integrated Traditional Western Med (Chung-Kuo Chung His I Chieh Ho Tsa Chih) 1992;12(5):267-269) ได้แสดงให้เห็นว่าถั่งเช่ามีความสามารถที่จะช่วยเพิ่มการทำงานของ NK cell (เซลล์เม็ดเลือดขาวเพชฌฆาต) ให้เพิ่มมากขึ้นถึง 74% และเพิ่มความสามารถของ NK cell (เซลล์เม็ดเลือดขาวเพชฌฆาต) ในผู้ป่วยโรคลูคีเมียถึง 400% และพบการเพิ่มการทำงานของกิจกรรมที่คล้ายกับในผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเนื้องอกขนาดใหญ่ (Xu RH, Peng XE, Chen GZ, Chen GL. Effects of Cordyceps sinensis on natural killer activity and colony formation of B16 melanoma. Chinese Med J 1992;105(2):97-101)

ในการเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ผลอย่างน่าประทับใจ Dr. Zhu ได้กล่าวไว้ในวารสารทางวิชาการ Journal of Alternative and Complementary Medicine 1998 ไว้ว่า “ด้วยความสามารถในการเพิ่มประสิทธิ์ภาพของระบบภูมิคุ้มกัน จึงทำให้ถั่งเช่าธรรมชาติถูกนำมาใช้ในการรักษามากมายในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน”

เพิ่มภูมิคุ้มกันในเซลล์อื่นๆ

ผลการทดลองพบว่าการใช้ถั่งเช่าสีทองช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน โดยเพิ่มกิจกรรมของ Macrophages และเพิ่มกิจกรรมของเอนไซม์ (Phosphatase Acid), กระตุ้นการทำงานของ Interleukin [36,37,38,40 ,41,42,43], ลดการอักเสบ (Cyclooxygenase-2) [5,8,44] (บทความจาก : http://ภูมิถั่งเช่า.com)

ในการทดลองพบว่าสารสกัดจากถั่งเช่าสีทองช่วยเพิ่มการแพร่กระจายตัวของระบบภูมิคุ้มกัน (splenocyte), ช่วยเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน Corticosterone (เป็นฮอร์โมนที่มีส่วนช่วยในการควบคุมการใช้พลังงานและปฏิกิริยาตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน), ลดการเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ (immunoglobulin e) เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไซโตไคน์ (cytokine), CD4+, CD8+ [39,41,45,46,47,48] เพิ่มโอกาศรอดของการปลูกถ่ายหัวใจ [39] ลดผลกระทบที่เกิดจาก Streptococcal Toxin ในกระบวนการ Phagocytosis [39] เพิ่มโอกาสรอดสำหรับการติดเชื้อstreptococcal กลุ่ม a [49] (Streptococcal เป็นชื่อของกลุ่มเชื้อโรคชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยหลากหลายเช่นต่อมทอนซินอักเสบ, อาการติดเชื้อในเด็กแรกคลอด, ปอดอักเสบ,สมองอักเสบเป็นต้น)

ข้อมูลอ้างอิง : http://xn--72cg8a0bf1hjl7bxe6dd.com/benefit-of-cordyceps/

ผลงานวิจัยต่างประเทศเกี่ยวกับถั่งเช่าและระบบภูมิคุ้มกัน

สนใจสั่งซื้อถั่งเช่า / 087-711-1823

ติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับสรรพคุณและวิธีการในการบริโภคที่ถูกต้องหรือสั่งซื้อถั่งเช่าของแท้คุณภาพสูงจากเราในราคาพิเศษ!

"มั่นใจด้วยลูกค้ามากกว่า 10,000 คนทั่วไทยที่เลือกใช้ถั่งเช่าของเรา"

ความประทับใจของลูกค้าเรา

หมายเหตุ : เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้าเราจึงทำให้เราไม่สมารถเปิดเผยใบหน้าของลูกค้าได้

CD4 คืออะไร?

CD4 คือ เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่ควบคุมและต่อสู้กับเชื้อโรค และมีบทบาทในการสร้างสารภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค

หากเปรียบร่างกายของเราเหมือนประเทศ ระบบภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่เหมือนศูนย์บัญชาการของทหารหรือกระทรวงกลาโหม ที่คอยคุ้มกันและสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เข้ามารุกรานได้ และเพื่อดูแลคุ้มกันส่วนต่างๆของร่างกายได้ทั่วถึง ระบบภูมิคุ้มกันจะกระจายตัวเป็นต่อมน้ำเหลือง (lymph nodes) อยู่ตามจุดต่าง ๆ ตามรูป เหมือนค่าย ทหารเพื่อสะสมกำลังพล เมื่อต้องต่อสู้กับเชื้อโรคหรือข้าศึกที่เข้ามาในร่างกาย ค่ายทหารจะกระจายพลทหารหรือเม็ดเลือดขาวออกไปกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย เช่น แบคทีเรีย ไวรัส สารเคมี เป็นต้น

เมื่อเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ จะเข้ายึดจับและทำลายเม็ดเลือดขาว CD4 เมื่อทหารของร่างกายตายลงไปเรื่อยๆ ร่างกายก็จะขาดกำลังพลในการรบและพ่ายแพ้ต่อเชื้อโรคได้ง่าย

มาเรียนรู้กลไกการติดเชื้อ หรือกระบวนการก่อการร้ายของเอชไอวีกันเถอะ

“ยึดเกาะ เจาะไข่ และสูบเลือดสูบเนื้อจากเซลล์เจ้าบ้าน” ถือเป็นคอนเซ็ปต์หลักในการทำงานของเอชไอวี เนื้อหาต่อไปนี้จะแสดงกลไกการติดเชื้อทั้ง 5 ขั้นตอน การเข้าใจถึงกลไกนี้จะช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของยาต้านไวรัสแต่ละประเภทด้วย

1. เชื้อเอชไอวีเริ่มยึดเกาะเข้ากับผนัง CD4 โดยใช้หนามที่มีอยู่รอบ ๆ เซลล์แทงยึดที่เต้ารับของ CD4 จากนั้นจะเริ่มแทรกซึมเข้าไปในเซลล์ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการติดเชื้อ

2. หลังจากที่ยึดเแน่นแล้ว เยื่อหุ้มเอชไอวีจะผสานเป็นหนึ่งเดียวกับเยื่อหุ้ม CD4 เมื่อเจาะเกราะหุ้ม CD4 ได้ เอชไอวีจะพุ่งเข้าไปในเซลล์ CD4 ทันที

3. เมื่อเข้าเซลล์ได้ รหัสพันธุกรรมของเอชไอวี (RNA) จะพุ่งสู่ใจกลางเซลล์ CD4 และก๊อบปี้ตัวเองขึ้นมา โดยขโมยโปรตีนของเซลล์ CD4 มาใช้ในการสร้างเนื้อตัวของลูกหลานตัวใหม่ เซลล์เอชไอวีรุ่นใหม่จะมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าของเก่า

4. เมื่อได้ทุกสิ่งอย่างครบตามองค์ประกอบเดิมเอชไอวี ตัวใหม่ก็จะผุดออกมาจากเซลล์ CD4 โดยดึงเนื้อหนังมังสามาจากผนังของ CD4 มาสร้างเปลือก

5. กองทัพเอชไอวีถูกปล่อยออกมาจาก CD4 พร้อม ๆ กันหลายตัว การแบ่งตัวแบบทวีคูณนี้ทำให้เอชไอวีสามารถรวมกันเป็นขบวนการทำร้าย CD4 เซลล์อื่น ๆ ที่ยังแข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายประมาณ 3-12 สัปดาห์ ร่างกายจะสังเคราะห์แอนติบอดี้ซึ่งเปรียบเหมือนตำรวจตรวจจับสิ่งแปลกปลอมออกมาเพื่อจะจับกุมเชื้อเอชไอวี แต่ก็สายไปแล้ว แอนติบอดี้ที่ร่างกายผลิตขึ้นมานี้ คือสารที่ตรวจเจอเวลาเราไปตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี

หลังจากโดนสูบเนื้อไปแล้ว CD4 จะเป็นอย่างไร

CD4 ที่ถูกเอชไอวีใช้ในการแบ่งตัวจะไม่สามารถทำงานเป็นทหารได้อีกต่อไป CD4 เหล่านั้นจะหมดสภาพและถูกทำลายไป ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ทางตรง: CD4 ที่ติดเชื้อจะเอชไอวีถูกขโมยเนื้อเยื่อและสารประกอบไปผลิตเอชไอวีตัวใหม่ และเมื่อลูกหลานของเอชไอวีจำนวนมากผุดออกมาจากเซลล์ CD4 ตัวนั้นจะตายลง เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในถูกทำลายอย่างหนัก หรือถ้ายังไม่ตายในทันทีก็จะหมดอายุและตายในเวลาต่อมา

ทางอ้อม: CD4 ที่ติดเชื้ออาจตั้งโปรแกรม ทำลายตัวเอง (Apoptosis) เมื่อระบบและกลไกการทำงานของเซลถูกรบกวนจากการผลิตลูกของเอชไอวี ผู้มีเชื้อส่วนใหญ่ จะมีเซลล์ Apoptosis ในกระแสเลือดและต่อมน้ำเหลืองจำนวนมากกว่าคนที่ไม่มีเชื้อ

ติดต่อสั่งซื้อถั่งเช่ากับเรา

ไลน์ (Line)

@Cordy (มี @ ด้วย)

เพิ่มเพื่อน

เบอร์โทรศัพท์ (Phone)

อีเมล์ (E-Mail)

ความรู้เห็ดเพิ่มเติมเรื่องเห็ดเป็นยา

ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล การทำเอ็นไซม์เห็ดเป็นยา 2/4

Error: The video (https://www.youtube.com/watch?v=SB62Cr27u_0) couldn't be embedded.

Share the Post